น้ำพริกเป็นอาหารที่ได้รับความนิยมมากชนิดหนึ่ง น้ำพริกยอดนิยม ได้แก่ น้ำพริกกะปิ น้ำพริกปลาร้า เป็นของสดต้องกินวันต่อวัน ส่วนน้ำพริกประเภทผัดสามารถเก็บไว้กินได้หลายวัน เลยมีคนทำออกมาขายมากมายทั้งจากโรงงานและผู้ผลิตรายย่อย รวมไปถึงที่เห็นในซูเปอร์มาเก็ต หรือตามงานแสดงสินค้าราคาประหยัดทั้งหลาย (แบบที่ใส่เป็นกะละมังใหญ่ๆ)
น้ำพริกประเภทน้ำพริกนรก น้ำพริกปลาย่าง น้ำพริกตาแดง นั้นผู้ผลิตส่วนใหญ่นิยมใช้วัตถุกันเสียหรือสารกันบูดเพื่อช่วยถนอมอาหาร ซึ่งก็ไม่เสียหายเพราะกระทรวงสาธารณสุขอนุญาตให้ใช้ได้ แต่ให้เหมาะสม "ฉลาดซื้อ" จึงทำการทดสอบหาปริมาณวัตถุกันเสียที่นิยมใช้ ได้แก่ กรดเบนโซอิก และกรดซอร์บิก เพื่อช่วยเฝ้าระวังให้ผู้บริโภค
การทดสอบพบว่ามีน้ำพริกหลายตัวอย่างที่มีวัตถุกันเสียทั้งสองชนิดใน ปริมาณสูงจนน่าเป็นห่วง และยังพบว่าน้ำพริกที่ขายบริเวณซูเปอร์มาร์เก็ต ในห้างคาร์ฟู บิ๊กซี และโรบินสัน
มีการใช้วัตถุกันเสียทั้งสองชนิดในปริมาณสูง (มากกว่า 1,000 มก./กก.) ส่วนน้ำพริกที่มีฉลากและตรา อย. ที่มีปริมาณวัตถุกันเสียมากกว่า 1,000 มก./กก. ได้แก่ น้ำพริกนรกกุ้งคู่ครัวไทย และน้ำพริกปลาย่างแม่มุกดา
การใช้วัตถุกันเสียมากเกินไปย่อมทำให้ผู้บริโภคได้รับสารเหล่านั้นมาก เกินความจำเป็น และไม่เป็นผลดีต่อร่างกาย แม้กระทรวงสาธารณสุขไม่ได้กำหนดปริมาณสูงสุดของวัตถุกันเสียในน้ำพริกไว้ แต่เมื่อเทียบกับกลุ่มอาหารประเภทอื่น เช่น แยม เยลลี่ ผลไม้กวน ผักดอง สาหร่ายทอด ที่กำหนดปริมาณสูงสุดไว้ไม่เกิน 1,000 มก./กก. เราอาจถือเป็นปริมาณสูงสุดที่ใช้เป็นเกณฑ์มาตรฐานสำหรับน้ำพริกได้
ดังนั้นจึงควรเลือกซื้อน้ำพริกที่ไม่ใส่วัตถุกันเสีย หรือใส่แต่น้อย และเลือกซื้อจากโรงงานที่ได้มาตรฐาน นอกจากนี้ฉลากอาหารที่ดีควรระบุว่ามีการใช้วัตถุกันเสียหรือไม่ และใช้ในปริมาณเท่าไร
ในแต่ละวันเราบริโภคอาหารหลายชนิด หากวันไหนกินอาหารที่มีวัตถุกันเสียปริมาณมาก จะเกิดอาการท้องเสีย เพราะวัตถุกันเสียไปทำลายความสมดุลของแบคทีเรียในระบบทางเดินอาหาร
เรียบเรียงโดย ทัศนีย์ แน่นอุดร